On-Page - Search Engine Optimization (SEO)

อะไรคือ On-Page SEO?

On-Page SEO คือการปรับแต่งภายในเว็บไซต์ทั้งหมด โดยมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการจัดอันดับของเครื่องมือค้นหา การปรับแต่งที่ดีจะนำมาซึ่งอันดับที่ดีขึ้น และเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่มีความต้องการเกี่ยวกับสิ่งที่เว็บไซต์นำเสนอ On-Page SEO ประกอบด้วย

  • Page Titles
  • Meta Descriptions
  • Meta Tags
  • URL Structure
  • Heading Tags
  • Image SEO
  • Internal Linking
  • Many more

Page titles คือหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ SEO บนเว็บไซต์ของคุณ ในแต่ละหน้าจะต้องมี Page title ที่แตกต่างกันโดยมี keyword อยู่ในนั้นด้วย ซึ่งจะแสดงอยู่บรรทัดแรกของผลการค้นหา

Meta description คือคำอธิบายจำนวน 160 อักษรโดยประมาณ ซึ่งจะแสดงใต้ Page title บนผลการค้นหาบนเครื่องมือค้นหา และต้องมีคำอธิบายที่เกี่ยวข้องกับหน้าเว็บนั้นๆ

Meta tags คืออีกวิธีที่จะช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจว่าเว็บไซต์นั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ซึ่งบางระบบจะตรวจสอบเฉพาะ Meta tags และไม่สนใจเนื้อหาอื่นๆบนหน้าเว็บ Meta tags จะอยู่ในส่วน  <head> ของแต่ละหน้าเว็บ

URL Structures หรือโครงสร้าง URL ที่ดีนั้นจะต้องมีความเรียบง่าย อ่านแล้วเข้าใจ และที่สำคัญจะต้องเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในหน้าเว็บนั้นๆ ชื่อ URL ในแต่ละหน้าควรจะเป็นชื่อที่อ่านได้ ไม่ใช่ตัวหนังสือและตัวเลขปะปนกัน หรือแม้แต่เป็นเลข ID ของสินค้าบนเว็บไซต์คุณหากไม่จำเป็น

เมื่อเขียนเนื้อหาหรือบทความบนเว็บไซต์ ควรจะมีการแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆเพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน ซึ่งในแต่ละส่วนจะมี heading หรือ หัวข้อ โดย H1 ควรจะมีแค่ 1 จุด คือบนสุดของหน้านั้นๆ ย่อยลงมาจนถึง H4 หรือ H6 และ p (paragraph) เครื่องมือค้นหาจะอ่าน heading เหล่านี้เพื่อจะได้ทราบว่าหน้านั้นๆมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ซึ่งหากมี keyword ใน heading ด้วย จะช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจเนื้อหาไปในทางเดียวกันมากขึ้น ส่งผลให้การจัดอันดับดีขึ้น

การใส่ keyword ลงไปในเนื้อหามีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยจะช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจไปในทางที่เรานำเสนอ เพื่อการจัดอันดับที่ดีขึ้น แต่ไม่ควรใส่มากเกินหรือทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่ามีคำๆนี้ขึ้นซ้ำๆกันบ่อยๆ ที่นอกจากจะส่งผลต่อผู้อ่านแล้ว เครื่องมือค้นหาอาจจะนำเว็บไซต์นั้นขึ้นบัญชีดำ

เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการขึ้นบัญชีดำ keyword density หรือความเข้มข้นของ keyword ในแต่ละหน้าควรอยู่ที่ 2% – 5%

รูปภาพคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ช่วยเพิ่มคุณภาพและความดึงดูดแก่เนื้อหาบนเว็บไซต์ การวางรูปภาพให้สัมพันธ์กับเนื้อหารอบข้าง ก็มีความสำคัญเช่นกัน รวมไปถึงการตั้งชื่อไฟล์รูป ชื่อรูปจะมีส่วนช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจว่ารูปภาพเป็นรูปเกี่ยวกับอะไร และรูปนั้นๆสามารถขึ้นบนผลการค้นหารูปภาพได้เช่นกัน

Internal Link หรือ Link ที่เชื่อมกันในแต่ละหน้าภายในเว็บไซต์ เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์เปลี่ยนหน้าหรือพบเนื้อหาที่กำลังค้นหาได้ง่ายขึ้น นอกจากเรื่องความสะดวกในการท่องเว็บแล้ว Internal Link ยังสามารถช่วยให้ web crawler หรือหุ่นยนต์ออนไลน์ที่คอยเก็บข้อมูลท่องเว็บได้สะดวกและทั่วถึงเช่นกัน