Conversion tracking คือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถเก็บสถิติ วัดผลการโฆษณาของเราได้บน โดยตัวชี้วัดนี้ เราสามารถกำหนดเองได้หลายประเภท ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

1. Fill up the form: เป็นการกรอกข้อมูลหรือรายละเอียดแบบฟอร์มในเว็บไซต์ เมื่อมีผู้ชมเข้าสู่เว็บไซต์ของเราผ่านโฆษณาบน Google และมีการกรอกแบบฟอร์มเข้าไป จะทำให้เราสามารถรู้ได้ทันทีว่ามีผู้ชมเว็บไซต์ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของเรากี่คน และสามารถติดต่อกับไปยังผู้ที่กรอกข้อมูลได้ทันที เพื่อเสนอการขายต่อไป

2. Multi-page: เป็นการตั้งค่าเพื่อให้ผู้ชมที่เข้าชมเว็บไซต์ของเราผ่านโฆษณาบน Google เมื่อผู้ชมเข้ามายังเว็บไซต์ เกิด action ในการกดคลิกดูที่เมนูอื่น เพื่อไปยังอีกหน้าหนึ่ง จะเกิดเป็น Conversion ทันที ซึ่งเราสามารถตั้งค่าได้ว่าจะต้องเข้าชมหน้าอื่นๆกี่หน้าถึงจะทำให้เกิด Conversion ได้ ซึ่งปกติแล้วเราจะตั้งค่าอยู่ที่ 3 หน้า เพื่อเป็นการยืนยันว่าเว็บไซต์กับโฆษณาของเรานั้นตรงกลุ่มเป้าหมายหรือสร้างความสนใจให้กับผู้ชมเว็บไซต์ได้จริง

3. Duration: เป็นการตั้งค่าเพื่อให้ผู้ชมที่เข้าชมเว็บไซต์ของเราผ่านโฆษณาบน Google เมื่อผู้ชมเข้ามายังเว็บไซต์ และอยู่ในหน้าเว็บไซต์ของเรา ในระยะเวลาที่เรากำหนด เช่น เราตั้งค่าไว้ 5 นาที นั่นหมายความว่า หากมีผู้ชมอยู่ในหน้าเว็บไซต์ของเรานานเกิน 5 นาที จะคิดเป็น Conversion เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าผู้ชมที่เข้าสู่เว็บไซต์ของเรามีความสนใจกับผลิตภัณฑ์ของเราจริงๆ

4. Sign Up: เป็นสมัครสมาชิก ส่วนใหญ่แล้ว Conversion ประเภทนี้จะใช้ในธุรกิจแบบ E-commerce หรือ Shopping เป็นส่วนใหญ่ เมื่อมีผู้ชมที่เข้าสู่เว็บไซต์ของเราผ่านโฆษณา Google แล้วกดสมัครสมาชิก เราจะรู้ทันทีว่ามีคนที่สมัครสมาชิกเข้ามา ซึ่งคนที่สมัครสมาชิกเข้ามาจะต้องมีความสนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเราอย่างแน่นอน

5. Shopping: เป็นการตั้งค่า Conversion ที่ปุ่มสั่งซื้อออนไลน์ในเว็บไซต์ประเภท E-commerce ซึ่งจะเหมาะสำหรับในการทำโฆษณา Shopping ซึ่งเมื่อผู้ชมเข้าสู่เว็บไซต์ของเราผ่านโฆษณาบน Google เมื่อเกิดการซื้อขายกันเกิดขึ้น ถึงจะนับเป็น Conversion

ทั้งหมดนี้เป็น Conversion tracking ที่นิยมมากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถวัดผลการโฆษณาได้ระดับหนึ่ง โดยเราสามารถนำสถิติต่างๆนี้ไปต่อยอด ปรังปรุงโฆษณาหรือเว็บไซต์ของเราได้ต่อไปเพื่อผลที่ดีขึ้น