การเพิ่มความเร็วเว็บไซต์เมื่อเปิดบนมือถือ 4 แบบ เริ่มต้นด้วยรูปภาพ

การเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ ในมุมการตลาดส่วนใหญ่องแบรนด์ต่างๆ มักจะไม่อยู่ในความสำคัญลำดับต้นๆ บางครั้งภาพทำการตลาดสวยงามที่ทำให้เว็บไซต์ของแบรนด์มีชีวิตชีวาอาจทำให้ความเร็วเว็บไซต์บนมือถือช้าลงหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม และนั่นคือความเสี่ยงที่ทำให้ลูกค้ามีการตอบสนองน้อยลง ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียรายได้

หากคุณกำลังสนใจเกี่ยวกับ การเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ ของการเปิดเว็บบนมือถือ ให้เริ่มต้นด้วยการพิจารณาภาพในเว็บไซต์ของคุณอีกครั้ง ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับทางเทคนิคเพิ่มเติมที่จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากการปรับภาพ  ในขณะที่สร้างประสบการณ์การเปิดเว็บบนมือถือที่เร็วขึ้นสำหรับผู้ใช้ของคุณ ไปพร้อมๆกัน

1. จัดภาพบนเว็บไซต์ของแบรนด์ตามลำดับความสำคัญ

ก่อนที่จะปรับภาพในเว็บไซต์ของคุณเพื่อการเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ ให้พิจารณาว่าทุกภาพนั้นจำเป็นหรือไม่ แน่นอนว่าภาพถ่ายความละเอียดสูงนั้นดูดี แต่จริงๆแล้วมันช่วยส่งข้อความที่คุณพยายามจะสื่อหรือไม่

 ดังนั้นการลบสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปจะช่วยลดการบำรุงรักษาและความซับซ้อนได้ และหากรูปภาพสามารถถูกแทนที่ด้วยข้อความหรือ CSS นักพัฒนาของคุณจะสนุกไปกับความท้าทายที่สร้างสรรค์และลูกค้าของคุณจะลดพื้นที่การดาวน์โหลดลงและทำให้การเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ของคุณสำเร็จราบรื่น

จัดลำดับความสำคัญของภาพบนเว็บไซต์ ด้วยการลบภาพความชัดสูงที่ไม่จำเป็นและภาพเคลื่อนไหวออก แทนที่ด้วยข้อความหรือ CSS ถ้าเป็นไปได้

2. เลือกรูปแบบภาพที่มีประสิทธิภาพ

มีรูปแบบภาพอยู่มากมาย จึงยากที่จะบอกได้ว่ารูปแบบใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด ขึ้นอยู่กับกรณีการใช้งาน แต่การเลือกรูปแบบที่ถูกต้องสามารถลดพื้นที่บางส่วนจากหน้าเว็บของคุณ เริ่มต้นด้วย WebP ซึ่งสามารถใช้สำหรับภาพกราฟฟิคและภาพโปร่งแสงที่มีการบีบอัดมากกว่า JPEG 30% โดยไม่สูญเสียคุณภาพของภาพ จากนั้นกลับไปใช้รูปแบบต่อไปนี้เพื่อรองรับบราวเซอร์เต็มรูปแบบเพื่อการเพิ่มความเร็วเว็บไซต์:

WebP: รูปและภาพโปร่งแสงที่มีการบีบอัดคุณภาพดี
JPEG: ภาพถ่ายที่ไม่มีความโปร่งใส
PNG: พื้นหลังโปร่งใส
SVG: ไอคอนและรูปร่างที่ปรับขนาดได้

3. บีบอัดและปรับขนาดภาพ

การปรับภาพให้เหมาะสมสามารถช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่และปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อการเพิ่มความเร็วเว็บไซต์บนมือถือ แม้แต่การปรับแบบพื้นฐานที่สุด เช่น การบีบอัดภาพ การลบเมตะเดต้า (เช่นวันที่และเวลา) และการทดสอบด้วยการตั้งค่าคุณภาพ ก็สามารถช่วยได้

บีบอัดและปรับคุณภาพของภาพด้วยการลบเมตะเดต้า ทดลองใช้การปรับคุณภาพของรูป ใช้แท็กการปรับแต่งรูปด้วยตนเองเป็นการปรับแบบอัตโนมัติ

4. ใช้เทคนิคการโหลด

การบีบอัดและปรับขนาดรูปภาพเป็นวิธีการพื้นฐานที่นักออกแบบและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทุกคนควรใช้ หากต้องการก้าวไปอีกขั้น นักพัฒนาสามารถให้บริการรูปภาพแบบต่างๆ โดยขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ของผู้ใช้ ขนาดหน้าจอ หรือแม้กระทั่งคุณภาพตามเงื่อนไขเครือข่ายผู้ให้บริการ นี่จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างเว็บไซต์ที่สามารถโหลดได้อย่างรวดเร็วสำหรับทุกคน โดยไม่ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขการสืบค้นที่เป็นเอกลักษณ์

 เมื่อภาพของคุณได้รับการปรับอย่างมีประสิทธิภาพ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าภาพถูกแสดงในเวลาที่เหมาะสม เมื่อผู้ใช้เข้าสู่หน้าแรก พวกเขาต้องการที่จะเห็นเนื้อหาในระยะสายตาทั้งหมดทันที ซึ่งมักจะเรียกว่า เนื้อหาแบบ “ซ่อนไว้ก่อน” ด้วยเทคนิคที่เรียกว่าการโหลดแบบซ่อนนี้ คุณสามารถให้หน้าเว็บของคุณจัดลำดับความสำคัญในการโหลดภาพแบบมุมมองจำกัด ในขณะที่ให้โหลดภาพอื่นที่อยู่เกินหน้าจอนั้นในเวลาที่ต้องการทีหลัง

 เมื่อรูปภาพขนาดใหญ่ใช้เวลาในการโหลดนาน สามารถใช้เทคนิคการโหลดแบบล่วงหน้า เช่น placeholders ตัวบ่งชี้ความคืบหน้า หรือรูปแบบที่มีประสิทธิภาพ เช่น JPEG แบบล่วงหน้า สิ่งนี้จะช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกว่ามีการดำเนินการอยู่และจะทำให้พวกเขามีอยู่ในเว็บไซต์นานขึ้น

ใช้เทคนิคการโหลดด้วยการแสดงแบบมีเงื่อนไข การโหลดแบบซ่อนรูปภาพ การโหลดล่วงหน้า และ placeholders

ขั้นตอนถัดไป: ทำให้ความเร็วของมือถือเป็น KPI

การปรับภาพให้เหมาะสมเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาความพึงพอใจต่อเว็บไซต์แบรนด์ของคุณ แต่เพื่อให้การเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วมีความยั่งยืนในระยะยาวนั้นความเร็วของเว็บไซต์จะต้องเป็น KPI ในองค์กรของคุณ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความเร็วของการเปิดเว็บบนมือถือของคุณ ลองใช้เครื่องมือทดสอบเว็บไซต์ที่ Test My Site tool

ที่มา: https://bit.ly/2uWBgyK

แชร์บทความ