- ลงทุนให้กับการสร้างชื่อและภาพลักษณ์แบรนด์ของคุณ
เพราะวิธีนี้เป็นวิธีที่ ทรงพลัง และ ค่อนข้างมีประสิทธิสภาพสูง สมมติว่า ถ้าเราต้องการ หาเพจรีวิวหนัง สัก เพจ Google ก็จะหา ลิสรายชื่อ เพจรีวิวหนังเด่นๆ ลงมาประมาณ 8-10 ชื่อ ซึ่งมันก็จะชื่อเพจรีวิวไล่เรียงลงมา แตกต่างกันออกไป ด้วยความที่ มันมีความหลากหลาย และ ยากต่อการ ปรับให้เหมาะสม Google ก็อาจจะ ลบอัตรา ความต้องการ หรือแม้กระทั่ง การ Click-to-rate ออกไป แต่ถ้ามีการ ลงทุน ให้กับการสร้างชื่อ และ ภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ของตัว เอง เช่น เพจ รีวิว “นักเลงโรงหนัง” มีการใส่ เนื้อหา (content) ลงไปในเพจ, มีการรีวิวหนังที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนั้น อีกทั้ง ทางเพจ ยังมีการแจกของที่ระลึกให้กับบรรดาแฟนเพจ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็น การสร้างชื่อ และ ภาพลักษณ์ ให้กับแบรนด์ และยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้ การทำ SEO ให้กับแบรนด์นั้น เป็นไปได้ง่ายขึ้น อีกด้วย
- กระจายเนื้อหาของแบรนด์คุณให้หลากหลายกับแต่ละ สื่อโซเชียล
เนื้อหา หรือ Content เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในโลกออนไลน์ ทุกวันนี้ ดังนั้น เราควรที่จะมีการ กระจายเนื้อหาไปในหลายๆช่องทางของ สื่อโซเชียล และในวันนี้ สื่อโซเชียล ก็มีหลากหลายช่องทางที่สามารถสร้าง traffic ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น LinkedIn, Facebook, Twitter, Pinterest, Instagram และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้นจึงควรกระจายเนื้อหาเหล่านี้ไปยังช่องทางต่างๆ เพื่อสร้าง traffic กลับมายังเว็บของเราได้อีกด้วย
- ปรับเนื้อหาคุณให้เหมาะสมกับสิ่งที่ Google ต้องการ
ในช่วงหลังๆ ที่ผ่านมา Google ได้มีการปรับรูปแบบการจัดอันดับของ เว็บไซด์ โดยให้ความสำคัญกับ เนื้อหา หรือ content ที่ Google ต้องการ อย่างเช่น มีการใช้ AdWords, ใช้ keywords ต่างๆ ใส่ลงไปในบทความ เป็นต้น
จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นวิธีแก้ปัญหาเพียงส่วนนึง ยังมีอีกมากมายหลายวิธีที่สามารถนำไปใช้ในการปรับ SEO ให้ดีขึ้นได้ ถ้าคุณผู้อ่าน สนใจ การทำ SEO ให้ได้อันดับที่ดีขึ้น สามารถเข้ามาดูข้อมูล เพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซด์ https://ariomarketing.co.th/seo-service/