ในปัจจุบัน เราค่อนข้างที่จะพึ่งพา การใช้งาน Google เป็นหลัก แต่ช่วงหลังๆที่ผ่านมา Google ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการทำ SEO ทำให้ การทำ SEO นั้นมีความยากขึ้น อยู่พอสมควร มีอะไรบ้างที่ เปลี่ยนแปลงไป และ เราสามารถ หาทางแก้ปํญหา กับรูปแบบ ที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้ ได้หรือไม่ ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า แนวโน้มของ  SEO มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และเราสามารถ ปรับตัวในการทำ SEO ต่อไปในอนาคต ได้ยังไงบ้าง

 

ในช่วงระยะเวลา 19-20 ปี ที่ผ่านมา ที่ Google ได้ให้บริการมานั้น ก็ได้มีการปรับ รูปแบบการ Search อยู่ตลอดเวลา Google ไม่ได้ทำให้มีการค้นหา ที่หลากหลาย มากขึ้นเท่านั้น แต่ ยังมีการ เพิ่มช่องทาง organic search traffic เข้าไปมากกว่า เมื่อปีที่แล้ว จึงทำให้ มีโอกาสในการ ค้นหา ผ่านทาง Google search มากขึ้น และจาก ผลลัพธ์ที่ผ่านมา  ไม่ได้ทำให้ Google สูญเสีย ส่วนแบ่ง ทางการตลาด ในทางกลับกัน ยิ่งทำให้การทำ SEO นั้น ยากยิ่งขึ้น ต่อไปนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ที่อาจจะทำให้ การทำ SEO สำหรับ บางธุรกิจนั้น เป็นไปได้ยากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น

1.กล่องคำตอบ ครอบจักรวาล

เมื่อเราเปิดเว็บ Google ขึ้นมา แล้วเราอยากจะหาคำตอบกับ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราพิมพ์คำถามไปเพื่อให้ Google หาคำตอบให้ หลังจากนั้น Google ก็จะแสดงผลคำตอบออกมา ผ่านกล่องคำตอบที่จะตอบคำถามให้เราแบบสั้นๆ กล่องคำคอบ เหล่านี้ ถ้า นักการตลาด หรือ คนทำ คอนเท้น มีการใช้ Keyword ลงไปใน บทความ หรือ โฆษณา ที่ต้องการจะสื่อไปในแนวของ การใช้คำถาม เพื่อหาคำตอบ เช่น “วิตามินซี คืออะไร” “ทำไมคนถึงชอบไปเที่ยว” ก็อาจจะทำให้การทำ SEO นั้น ยากขึ้น และจำนวน traffic ที่จะเข้ามายังเว็บไซด์ก็จะลดลงไปด้วย

รูปภาพ: https://bit.ly/2QQ6XU6

2. การใช้พื้นที่ทางการค้าสำหรับการแสดงผล อาชีพ, เที่ยวบิน, หรือ สินค้า

เมื่อสมัยก่อน คนคลิกหาเกี่ยวกับ ข้อมูลอย่าง เที่ยวบิน หรือ อาชีพ เป็นอย่างมาก และการทำ SEO กับ คำค้นเหล่านี้ ก็เป็นเรื่องง่ายแสนง่าย แต่ในปัจจุบัน ถ้าธุรกิจไหนที่ทำเกียวกับ การจองเที่ยวบิน ไม่ว่าจะเป็น expedia, traveloka, หรือ booking.com ก็อาจจะกำลังได้รับผลกระทบจากการทำ SEO เพราะ ในวันนี้ Google ได้ให้ข้อมูลเที่ยวบิน ต่างๆ ไว้ใน กล่องคำตอบ เรียบร้อยแล้ว

2. การใช้พื้นที่ทางการค้าสำหรับการแสดงผล อาชีพ, เที่ยวบิน, หรือ สินค้า

Search Engine Result Page หรือ ผลการแสดงอันดับบน Search Engine นั้น นับได้ว่า เป็นสิ่งที่ Google ได้มีการเพิ่มเติมรูปแบบใหม่เข้ามา เช่น สมมติ เวลาเราค้นหา เวลาของอังกฤษ บน Google มันก็จะแสดงผลเป็น กล่องสี่เหลี่ยม ที่บอกเวลาตอนนั้น ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งคนส่วนมาก ก็จะดูแค่เวลาตรงกล่องนั้น แล้วก็ไม่คลิกไปดูเว็บไซด์อื่นอีกแล้ว จึงทำให้การทำ SEO และ การได้ traffic ที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น

รูปภาพ: https://bit.ly/2MNxrCq

ส่วน วิธีแก้ปัญหา การทำ SEO ที่ยุ่งยาก ที่ได้กล่าวมานั้น มีดังนี้

  • ลงทุนให้กับการสร้างชื่อและภาพลักษณ์แบรนด์ของคุณ

เพราะวิธีนี้เป็นวิธีที่ ทรงพลัง และ ค่อนข้างมีประสิทธิสภาพสูง สมมติว่า ถ้าเราต้องการ หาเพจรีวิวหนัง สัก เพจ Google ก็จะหา ลิสรายชื่อ เพจรีวิวหนังเด่นๆ  ลงมาประมาณ 8-10 ชื่อ ซึ่งมันก็จะชื่อเพจรีวิวไล่เรียงลงมา แตกต่างกันออกไป ด้วยความที่ มันมีความหลากหลาย และ ยากต่อการ ปรับให้เหมาะสม Google ก็อาจจะ ลบอัตรา ความต้องการ หรือแม้กระทั่ง การ Click-to-rate ออกไป แต่ถ้ามีการ ลงทุน ให้กับการสร้างชื่อ และ ภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ของตัว เอง เช่น เพจ รีวิว “นักเลงโรงหนัง” มีการใส่ เนื้อหา (content) ลงไปในเพจ, มีการรีวิวหนังที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนั้น อีกทั้ง ทางเพจ ยังมีการแจกของที่ระลึกให้กับบรรดาแฟนเพจ  สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็น การสร้างชื่อ และ ภาพลักษณ์ ให้กับแบรนด์ และยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้ การทำ SEO ให้กับแบรนด์นั้น เป็นไปได้ง่ายขึ้น อีกด้วย

  • กระจายเนื้อหาของแบรนด์คุณให้หลากหลายกับแต่ละ สื่อโซเชียล

เนื้อหา หรือ Content เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในโลกออนไลน์ ทุกวันนี้ ดังนั้น เราควรที่จะมีการ กระจายเนื้อหาไปในหลายๆช่องทางของ สื่อโซเชียล และในวันนี้ สื่อโซเชียล ก็มีหลากหลายช่องทางที่สามารถสร้าง traffic ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น LinkedIn, Facebook, Twitter, Pinterest, Instagram และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้นจึงควรกระจายเนื้อหาเหล่านี้ไปยังช่องทางต่างๆ เพื่อสร้าง traffic กลับมายังเว็บของเราได้อีกด้วย

  • ปรับเนื้อหาคุณให้เหมาะสมกับสิ่งที่ Google ต้องการ

ในช่วงหลังๆ ที่ผ่านมา Google ได้มีการปรับรูปแบบการจัดอันดับของ เว็บไซด์ โดยให้ความสำคัญกับ เนื้อหา หรือ content ที่ Google ต้องการ อย่างเช่น มีการใช้ AdWords, ใช้ keywords ต่างๆ ใส่ลงไปในบทความ เป็นต้น

จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นวิธีแก้ปัญหาเพียงส่วนนึง ยังมีอีกมากมายหลายวิธีที่สามารถนำไปใช้ในการปรับ SEO ให้ดีขึ้นได้ ถ้าคุณผู้อ่าน สนใจ การทำ SEO ให้ได้อันดับที่ดีขึ้น สามารถเข้ามาดูข้อมูล เพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซด์ https://ariomarketing.co.th/seo-service/